การอบรม สัมมนาภายนอก

  จิตวิทยาการให้คำปรึกษาครอบครัว

 

ครอบครัว

           คือ "กลุ่มบุคคลที่มีความผูกพันกันทางอารมณ์และจิตใจในการดำเนินชีวิตร่วมกัน รวมทั้ง การพึ่งพิงทางสังคม เศรษฐกิจ และมีความสืบกันทางกฎหมายหรือสายโลหิต ครบครัวบางครอบครัวอาจมีลักษณะเป็นข้อยกเว้นบางประการจากลักษณะดังกล่าวก็ย่อมได้ และข้อยกเว้นนี้ อาจหมายรวมถึงครอบครัวที่มีสมาชิกข้ามช่วงอายุ อาศัยอยู่ด้วยกันเช่น ปู่ ย่า ตา ยาย อยู่กับหลาน

           ครอบครัวที่มีความสุข ต้องมีความรักและความอบอุ่นในครอบครัวจะมีผลต่อสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้

           1. ต้องเอาใจใส่ดูแลเอื้ออาทรต่อกัน
           2. ต้องรู้จักคนที่เรารัก
           3. ต้องเคารพกันและกันตลอดทั้งเข้าใจกัน
           4. ต้องมีความรับผิดชอบ
           5. ต้องมีความวางใจกัน คือ มีความเชื่อถือและไว้ใจ
           6. ต้องให้กำลังใจกันและกันซึ่งกำลังใจก็คือพลัง
           7. ต้องให้อภัยกันและกัน
           8. ต้องรู้จักสื่อสารในครอบครัว
           9. ต้องใช้เวลาด้วยกันอย่างมีคุณค่าและมีคุณภาพ
           10. ต้องมีการปรับตัวตามสภาวะที่เปลี่ยนแปลงของบุคคลในครอบครัว การปรับตัวกับภาวะความเปลี่ยนแปลง
           11. ต้องรู้จักภาวะหน้าที่ในครอบครัวและช่วยเหลือกันและกัน
           12. มีความใกล้ชิดทางสัมผัส โดยการทำจากใจจริง

จิตวิทยาการให้คำปรึกษากับครอบครัว

           ในการให้คำปรึกษากับครอบครัว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประยุกต์ใช้หลักการทางจิตวิทยา เพื่อให้บรรลุผลของการให้คำปรึกษาครอบครัว ทฤษฎีว่าด้วยการให้คำปรึกษาครอบครัวตามแนวมนุษยนิยม "ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ แม้แต่นิสัยของเรา ตัวปัญหานั้นจริงๆแล้วไม่ใช่ปัญหา แต่วิธีการจัดการกับปัญหาต่างหากที่อาจจะทำให้เกิดปัญหา" ครูแนะแนว หรือ อาจารย์ที่ปรึกษา เชิญครอบครัวนักเรียนที่มีปัญหามาพูดคุย โดยครูแนะแนวและอาจารย์ที่ปรึกษาให้ทุกคนได้พูดความรู้สึกของตนเอง ครูแนะแนว และอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นตัวเชื่อม

เทคนิคในการให้คำปรึกษา

           ต้องพยายามที่จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวคำนึงถึงหน้าที่และความรู้สึกที่ดี มองชีวิตในแง่ดี ดังนั้น ในการให้คำปรึกษาจึงทำได้ดังนี้

           1. ต้องการให้สมาชิกครอบครัวมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสิ่งที่สมาชิกครอบครัวประสงค์ โดยให้สมาชิกในครอบครัวคำนึงถึงหน้าที่และความรู้สึกอารมณ์ที่สมาชิกครอบครัวประสบ โดยสามารถที่จะสัมผัส รับรู้ และยอมรับความรู้สึกนั้นๆ ตลอดทั้งพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงตนเองและในการเผชิญกับความรู้สึกนั้นๆ ผู้ให้คำปรึกษาจะใช้เทคนิคต่างๆดังนี้

                     1.1 ใช้การจินตนาการ ( Fantasy , Imagination )
                     1.2 ใช้การประติมากรรม หรือการปั้นสมาชิกครอบครัว ( Family Sculption )
                     1.3 ใช้การวาดภาพครอบครัว ( Family Drawing )
                     1.4 ใช้บทบาทสมมุติ ( Role Playing )
                     1.5 ใช้การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ( Effective Communication ) โดยการใช้ประโยคที่ใช้สรรพนาม "ฉัน" ( Using " I " Message ) ควบคู่กับการแสดงความรู้สึกที่เป็นส่วนตัว และรับผิดชอบในสิ่งที่พูดซึ่งจะเป็นการเปิดเผยความรู้สึก ความต้องการที่แท้จริง ไม่เสแสร้ง จริงใจ อันจะช่วยให้เกิดการสื่อสารที่ไม่แฝงเร้น ผู้พูดก็จะรู้สึกมีคุณค่า และภาคภูมิใจในตนเอง ผู้ฟังก็จะเกิดความรู้สึกที่ดี สามารถรับรู้ได้ว่าผู้พูดสื่อสารด้วยความจริงใจ

           2. จากการที่สมาชิกในครอบครัวสามารถรับรู้ตระหนักถึงความรู้สึกและยอมรับความรู้สึกนั้นๆได้ จะช่วยให้สมาชิกคนนั้นๆ สามารถตัดสินใจตกลงใจที่จะเลือกทางใดทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้สัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
           หากประเด็นปัญหาของสมาชิกในครอบครัวคือ การสื่อสารที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกห่างเหิน ขัดแย้ง ตึงเครียด ผู้ให้คำปรึกษาสามารถฝึกสมาชิกในครอบครัวให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม โดย

                     2.1 หากสมาชิกแสดงท่าทีและหรือใช้ภาษาถ้อยคำที่ "กล่าวโทษผู้อื่น ( Blamer )" ผู้ให้คำปรึกษาจะฝึกให้สมาชิกเปลี่ยนรูปแบบ ( Transforms ) ของการแสดงออกนั้นเป็น "แสดงความคิดเห็นของตนอย่างสุขุมและเหมาะสม ( To Assertiveness)" ไม่ก้าวร้าว ไม่ตำหนิหรือโทษผู้อื่น
                     2.2 หากสมาชิกแสดงท่าทีและหรือ ใช้ถ้อยคำที่ "โอนอ่อน ยอมตามผู้อื่น ( Placater )" ผู้ให้คำปรึกษาจะฝึกให้สมาชิกเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงออกนั้นเป็น "การเอาใจใส่ ใส่ใจ เอื้ออาทรอย่างแท้จริง ( To Genuine Caring )"
                     2.3 หากสมาชิกแสดงท่าทีและภาษาด้วยถ้อยคำที่ "ยึดติดแน่นกับกฏเกณฑ์และเหตุผล ( Superreasonable )" ผู้ให้คำปรึกษาจะฝึกให้สมาชิกเปลี่ยนรูปแบบการแสดงออกเป็น "ท่าทีหรือคำพูดที่แสดงถึงปัญญาที่แท้จริง ( To Wisdom )"
                     2.4 หากสมาชิกแสดงท่าทีหรือใช้ภาษาด้วยถ้อยคำที่ "ขาดความจริงจัง ไม่สอดคล้อง ( Irrelevant ) หรือแทบไม่มีความหมายอะไรกับเรื่องราวที่กำลังกล่าวถึง" ผู้ให้คำปรึกษาจะฝึกให้สมาชิกเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงออกเป็น "ท่าทีหรือคำพูดที่แสดงถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ( To Creative ) "

           ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพแม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้สภาพการณ์ที่ตึงเครียด หรือ สภาพการณ์ที่มีปัญหา ซึ่งลักษณะของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ คือ มีท่าทีตอบสนองสอดคล้องหรือผสมกลมกลืนกับสถานการณ์

           3. เนื่องจากผู้ให้คำปรึกษาเชื่อว่า "มนุษย์ทุกคนมีพลังความสามารถที่จะตอบสนองความต้องการหรือเผชิญปัญหาหรือจัดการปัญหานั้นๆ" ผู้ให้คำปรึกษาจะเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาหรือสมาชิกครอบครัวได้ตระหนักรู้ว่าเขามีศักยภาพที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เขาต้องการ และเรียนรู้หนทางที่จะนำศักยภาพนั้นๆ ไปใช้ ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ให้คำปรึกษาจะทำหน้าที่สนับสนุนให้กำลังใจผู้รับคำปรึกษาให้กล้าที่จะลงมือกระทำ ให้กล้าแสดงออก กล้าเสี่ยง ( Risks ) ทั้งนี้ เพื่อให้รับคำปรึกษาได้รับผิดชอบชีวิตตนเอง เช่น "บางคนที่มีเรื่องราวบางอย่างที่ค้างคาใจ ไม่สบายใจ อยากจะบอกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องรับทราบก็ไม่กล้า กลัวเขาจะโกรธก็เลยทำให้ตนเองไม่สบายใจ"

           ในกรณีเช่นนี้ผู้ให้คำปรึกษาจะทำหน้าที่เป็นครู ( As a teacher ) โดยสอนให้ผู้รับคำปรึกษาใช้ "ภาษาใหม่ ( A New Language )" โดยเปลี่ยนจาก "ภาษาถ้อยคำและภาษาท่าทางเดิม" ที่ไม่สอดคล้องกันและขัดแย้งกัน ซึ่งทำให้การสื่อสารชะงัก มาเป็น "ภาษาถ้อยคำและภาษาท่าทางใหม่" ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ซึ่งจะทำให้ผู้รับคำปรึกษาพัฒนาทักษาในการสื่อสารได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

           4. ในการให้คำปรึกษา ผู้ให้คำปรึกษาจะพบสมาชิกที่มาปรึกษา และจะพบกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว แต่ผู้ให้คำปรึกษาจะพบสมาชิกเป็นรายบุคคล หรือ สมาชิกทุกคนในครอบครัวนั้น จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบว่า สมาชิกแต่ละคนควรจะให้ความร่วมมืออย่างไร จึงจะทำให้ปฏิสัมพันธภาพในครอบครัวมีความสุข

           อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะนำแนวคิดและเทคนิคการให้คำปรึกษาครอบครัวตามแนวทฤษฎีดังกล่าว จะต้องได้รับการฝึก เพื่อให้มีประสบการณ์และความชำนาญ ทั้งนี้เพราะว่า งานการให้คำปรึกษาเป็นงานที่ละเอียดอ่อน หากผิดพลาดก็จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้มารับบริการและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งจะทำให้การให้คำปรึกษานั้นๆ ไร้คุณค่า

 


<< กลับหน้าหลัก