งานวิจัย

 

  งานวิจัย

 

 

1. อาจารย์ภัทริยา กัลยานาม

ชื่องานวิจัย

การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนปวส. 1/4 ปวส. 1/5 และปวส.1/8 โรงเรียนพณิชการสุโขทัย โดยวิธีการอ่านแบบธรรมดา และวิธีการอ่าน แบบสแกนนิ่ง (Scanning)

ประเภทงานวิจัย

วิจัยเชิงทดลอง

เครื่องมือที่ใช้

- แผนการสอน
- แบบฝึกหัดการอ่านแบบธรรมดา และแบบสแกนนิ่ง
- แบบทดสอบวัดการอ่านแบบสแกนนิ่ง

สมมุติฐาน

นักเรียนกลุ่มที่สอนโดยใช้สแกนนิ่ง มีสัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจสูงกว่านักเรียนกลุ่มที่สอนโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบธรรมดา

ผลการทดลอง

จากการหาค่าคะแนนเฉลี่ย (x ) ของนักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม เปรียบเทียบกันพบว่า แลุ่มที่ใช้เทคนิคการอ่านแบบสแกนนิ่ง มีสัมฤทธิ์ทางการอ่านสูงกว่ากลุ่มที่ใช้วิธีการอ่านแบบธรรมดา

ข้อสังเกตุ

หากอาจารย์ท่านใดจะนำเทคนิคการอ่านแบบสแกนนิ่งไปใช้ในการเรียนการสอน ควรจะให้นักเรียนศึกษาวิธีการอ่านแบบสแกนนิ่งให้เข้าใจก่อน

วิธีการอ่านแบบสแกนนิ่ง

1. เคลื่อนสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ และพูดคำหรือวลี ที่ต้องการหาตลอดเวลาที่เคลื่อนสายตาหาสิ่งที่ต้องการ
2. ในการสแกนไม่มีเทคนิคใดบอกได้ว่า ควรเคลื่อนสายตาไปในทิศทางใดถึงจะดีที่สุด ดังนั้นนักเรียนจะต้องหาวิธีฝึกฝน และหาวิธีที่ดีที่สุดของตนเอง โดยใช้การฝึกฝนหนังสือที่คอลัมน์แคบๆ เช่น หนังสือพิมพ์
3. มองดูเรื่องทั้งหมดตลอดหน้า และจดหัวเรื่อง ตัวเอนและตัวชี้อื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะให้ Idea ว่าข้อมูลตรงไหน
4. จำไว้เสมอว่าการอ่านต้องอ่านอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่อ่าน 800 คำ/นาที(ประมาณ 4 หน้า)แสดงว่าผู้อ่านไม่ได้สแกน แต่กำลังอ่าน
5. เป้าหมายสูงสุดของการสแกน คือการหาตำแหน่งข้อมูลที่ต้องการ


2. อาจารย์ประนอม เนติพุทถาวรกูล

ชื่องานวิจัย

การศึกษาหาสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการใช้กล้องจุลทัศน์โดยการสอนแบบ
สาธิตร่วมกับสมการลงมือปฏิบัติ

ประเภทงานวิจัย

เชิงวิจัยและพัฒนา

สมมุติฐาน

หลังจากการสอนแบบสาธิตร่วมสมการลงมือปฏิบัติจริงนักศึกษา ปวส1/2 มี
สัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการใช้กล้องจุลทัศน์สูงขึ้น

ผลการทดลอง

1. จากคะแนนเฉลี่ย (x ) ของค่าคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนพบวาค่าเฉลี่ยคะแนนหลังเรียนสูงก่อนเรียน
2. จากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนก่อนเรียนเปรียบเทียบกับหลังเรียนพบว่าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนหลังเรียนสูงกว่าค่าคะแนนก่อนเรียน
3. จากการสังเกตุ โดยใช้แบบสังเกตุพบว่า นักเรียนมีทักษะในการใช้กล้องจุลทัศน์ ดีขึ้นเป็นลำดับและสามารถวางสไลด์และปรับภาพได้ด้วยตนเอง ในระยะเวลาอันสั้น

วิธีดำเนินการวิจัย

ผู้สอนจะให้ผู้เรียนฝึกทักษะโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์ โดยการใช้สไลด์สำเร็จรูปโดยผู้สอนอธิบายขึ้นตอนต่างๆ เช่นการวางสไลด์ การปรับดูภาพ และการวางเลนส์รับแสง และหาภาพจากกล้องจุลทรรศน์ พร้อมทั้งวางภาพที่เห็นจากกล้องจุลทรรศน์

- การสอนแบบสาธิตร่วมกับการลงมือปฏิบัติจริง คือครูสาธิตและปฏิบัติ
- ทักษะ การใช้กล้องจุลทรรศน์ คือ การลงมือปฏิบัติเต็มความสามารถ
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คือ ใช้กล้องจุลทรรศน์ได้ถูกต้องคะแนนเต็ม 10 ได้ คะแนนหลังเรียน 8 คะแนน เป็นอย่างน้อย

1. แบบแผนการวิจัย

T1

(pre-test)

X

การทดสอบโดยการสาธิตทั้งการปฏิบัติจริง

T2

ทดสอบ

 

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1. แบบสังเกตุ
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เป็นแบบอัตนัย


3. อาจารย์สุภาพร ศรีหริ่ง

ชื่องานวิจัย

พัฒนาทักษะกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ โดยใช้เทคนิคการสอนแบบจับคู่
ของนักเรียน ปวส 1/5 โรงเรียนพณิชการสุโขทัย

ประเภทงานวิจัย

ทดลอง

สมมุติฐาน

หลังจากใช้เทคนิคการสอบแบบจับคู่ แล้วนักเรียนปวส1/5 กลุ่มทดลองมีทักษะ
ขบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์สูงกว่ากลุ่มที่สอบแบบปกติ

ผลการทดลอง

พบว่าจากค่าคะแนนเฉลี่ยในการสอบเรื่องการเขียนโปรแกรมสุขศึกษาสำหรับผู้
ป่วยก่อนกลับบ้านนักเรียนกลุ่มทดลองมีค่าคะแนนสูงกว่ากลุ่มที่สอบแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญ

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

1. แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม โดย

กลุ่มที่ 1 มีจำนวน 8 คน สอบแบบจับคู่
กลุ่มที่ 2 มีจำนวน 5 คน สอบแบบเดี่ยว

โดยทั้ง 2 กลุ่มสอบพร้อมกัน และทำแบบทดสอบชุดเดียวกัน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1. ข้อสอบแบบปรนัย 1 ชุด
2. ข้อสอบแบบอัตนัย 1 ชุด
3. แบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติการสอบแบบจับคู่
4. เฉลยข้อสอบ
5. แผนการสอนสุขศึกษา

ข้อเสนอแนะ

หากอาจารย์ท่านใดจะนำเทคนิคการสอบแบบจับคู่ไปใช้จะต้องให้นักเรียนจับคู่
โดยสุ่ม (จับฉลาก) เพื่อไม่ให้เกิดการจับคู่ระหว่างคนเก่งกับคนเก่ง เพราะประโยชน์ส่วนหนึ่งที่ได้รับจากการสอบ แบบจับคู่คือ นักเรียนที่เก่งกว่าจะเป็นผู้นำทางในการคิดและเขียนคำตอบ


4. อาจารย์สมหญิง พลอยงาม

ชื่องานวิจัย

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาบัญชี โดยใช้เทคนิคการเรียน การสอนแบบ STAD
ของนักเรียระดับปวช 1/3 โรงเรียนพณิชการสุโขทัย

ประเภทงานวิจัย

เชิงวิจัยและพัฒนา

สมมุติฐาน

เพื่อจัดการเรียนกิจกรรมการสอนแบบร่วมมือ STAD แล้วนักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาบัญชีสูงขึ้น และนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาบัญชี

ผลการวิจัย

พบว่า นักเรียนที่เรียนแบบปกติมีคะแนนสอบก่อนเรียนเป็น 60% และหลังเรียน
เป็น 68.75% ส่วนกลุ่มที่เรียนแบบ STAD มีคะแนนหลังเรียนเป็น 90% จะเห็นได้ว่า กลุ่มที่ใช้ STAD มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนแบบปกติอย่ามมีนัยสำคัญ

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

 

สอนโดยใช้วิธีการสอนแบบ STAD

X

|
|
|

สอบเก็บคะแนนหลังใช้วิธีการสอนแบบ STAD

T1

แบบ one shot case study

 

เครืองมือทีใช้ในการวิจัย

1. แบบสังเกตุ
2. แบบสัมภาษณ์
3. แบบทดสอบ
4. แผนการสอน


5. อาจารย์ชนิดา มัททวางกูร

ชื่องานวิจัย

การสอนโดยวิธีบทบาทสมมุติเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงความรู้ในวิชา การบริการทั่วไปในสถานพยาบาลสำหรับนักเรียนชั้น ปวช1 สาขาธุรกิจพยาบาล โรงเรียนพณิชยการสุโขทัย

ประเภทงานวิจัย

เชิงวิจัยและพัฒนา

สมมุติฐาน

หลังจากการสอนโดยวิธีบทบาทสมมุติแล้วนักเรียนสามารถเชื่องโยงความรู้ได้
มากกว่าก่อนการสอน

ผลการวิจัย

พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

ข้อเสนอแนะ

1. ถ้าเป็นนักเรียน ปวช1 ควรใช้การเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติ เพราะ นักเรียน ปวช1 ไม่ชอบการเรียนการสอนที่เคร่งเครียด
2. ควรมีการวิจัยกับนักเรียนที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเช่น ปวส. เพื่อดูว่า นักเรียนผู้ใหญ่มี ความชอบการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมุติหรือไม่

บทบาทสมมุติ (Role Play) หมายถึง วิธีสอนที่ผู้สอนสร้องสถานการณ์และบทบาทสมมุติขึ้นจากความเป็นผู้เรียนคิดว่าควรจะเป็น อันจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาสาระของเรียนอย่างลึกซึ้ง

ขั้นตอนการสอนมีดังนี้

1. ระบุประเด็น เรื่อง ข้อสงสัย หรือปัญหาให้ชัดเจนแปลงเป็นเรื่องเพื่อแสดงบทบาทสมมติระบุว่าจะมีผู้แสดงกี่คน แสดงบทอะไรบ้าง
2. เลือกนักศึกษามาแสดง
3. อธิบายบทบาทที่จะแสดง จัดทำบทสนทนาและการแสดง
4. ผู้ที่ไม่ได้แสดงเป็นคนสังเกตสถานการณ์และการแสดงทั้งหมด
5. เริ่มการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ
6. อภิปรายประเด็นที่แสดง และประเมินผลการแสดง
7. โยงประเด็นในข้อ1 กับข้อ5 ว่าสอดคล้องกันหรือไม่
8. สรุปว่าได้อะไรบ้างจากการแสดงบทบาทสมมติ

การวิจัยครั้งนี้ศึกษาจากประชากรทั้งหมด ได้แก่ นักเรียนชั้น ปวช.1 สาขาธุรกิจพยาบาลโรงเรียนพณิชการสุโขทัย จำนวน 160 คน ซึ่งเรียนวิชา การบริการทั่วไปในสถานพยาบาล

แบบแผนการวิจัย

T1

pre-test

X

Role play

T2

post-test

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1. แผนการสอน เรื่องการแบ่งสายงานในโรงพยาบาล
2. บทสนทนาในการแสดงบทบาทสมมติ
3. แบบทดสอบก่อนเรียน,หลังเรียน ชนิด Multiple choice


6. อาจารย์อริสสรา ลิ้มติ้ว

ชื่องานวิจัย

ผลสมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนเรื่องการจัดท่านอนผู้ป่วยวิชาบริการและการปฐม
พยาบาลในระดับปวช.2 /2 ที่สอนโดยใช้การจัดกิจกรรมและปวช.2/3 ที่สอนแบบบรรยาย

ประเภทงานวิจัย

เชิงทดลอง

สมมุติฐาน

นักเรียนที่เรียนจากชุดการสอนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า นักเรียนที่เรียน
แบบปกติ

ผลการวิจัย

กลุ่มที่เรียน โดยใช้ชุดการสอน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า กลุ่มที่เรียนแบบ
บรรยาย โดยดูได้จากค่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนของทั้ง 2 กลุ่ม

แนวคิดและหลักการของชุดการสอน

แนวคิดและหลักการในการนำเอาชุดการสอนมาใช้ในระบบการศึกษา พอจะสรุปได้ 5 ประการ คือ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์ 2523:119-120)

1. การประยุกต์ทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล การเรียนการสอนควรจะต้องคำนึงถึง ความต้องการ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ วิธีการสอนที่เหมาะสุด คือ การจัดการทำรายบุคคล หรือการศึกษาตามเอกภาพ หรือการศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนตามระดับสติปัญญาความสามารถและความเข้าใจ

2. ความพยายามที่จะเปลี่ยนแนวการสอนไปจากเดิม การจัดการเรียนการสอนแต่เดิมนั้นเรายึดครูเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเรียนเอง

3. การใช้สื่อการสอนได้เปลี่ยนแปลงและขยายออกไป การใช้สื่อการสอนในปัจจุบันได้คลุมไปถึง การใช้วัสดุสิ้นเปลือง เครื่องมือต่างๆ รวมทั้งกระบวนการและกิจกรรมต่างๆ

4. ปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับสิ่งแวดล้อม แต่ก่อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในห้องเรียนจะมีโอกาสได้พูดก็ต่อเมื่อผู้สอนให้พูดอนาคตของกระบวนการเรียนรู้จึงต้องนำเอากระบวนการกลุ่มสัมพันธ์มาใช้ในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประกอบกิจกรรมร่วมกัน

5. การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ได้ยึดหลักจิตวิทยาการเรียนมาใช้โดยจัดสภาพการณ์ออกมาสอนแบบโปรแกรม

เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล

1. แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน
2. แผนการสอนและการจัดกิจกรรม

วิธีการดำเนินกสนเก็บรวบรวมข้อมูล

1. แบบแผนการทดลอง

การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ดำเนินการวิจัยแบบ Randomized Control Group posttest Design โดยมีแบบแผนการทดลองดังนี้

กลุ่ม
สอบก่อนเรียน
ทดลอง
สอบหลังเรียน
RE
T1
X
T2
RC
T1
≈X
T2

 

โดย R หมายถึง การกำหนดกลุ่มทดลอง

E หมายถึง กลุ่มทดลอง
C หมายถึง กลุ่มควบคุม
T1 หมายถึง การสอบก่อนเรียน
T2 หมายถึง การสอบหลังเรียน
X หมายถึง การใช้ชุดการสอนกิจกรรม
≈X หมายถึง การเรียนแบบบรรยาย


7. อาจารย์วัชรินทร์ หอมประเสริฐ

ชื่องานวิจัย

การพัฒนาชุดการสอนวิชาการควบคุม และตรวจสอบภายใน เรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการควบคุมภายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมภายในด้านบัญชี และการเงิน

ประเภทของงานวิจัย

เชิงทดลอง

สมมุติฐานการวิจัย

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการเรียน ของนักศึกษาที่เรียนกับชุดการสอน และนักศึกษาที่เรียนกับการสอนปกติแต่งต่างกัน

สรุปผลการวิจัย

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักศึกษาที่เรียนกับชุดการ
สอนและนักศึกษาที่เรียนกับการสอนปกติ แตกต่างกันอย่างชัดเจน

วิธีการจัดทำชุดการสอน

1. ศึกษาชุดการสอนวิชา การเงินธุรกิจ ของ มสธ. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำ
2. ดำเนินการร่างข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน วิธีการศึกษา และสมุดฝึกปฏิบัติ แบบประเมินความพึงพอใจ
3. จัดพิมพ์
4. ดำเนินการบันทึกเทป
5. นำมาแลกเปลี่ยนและทดสอบชุดการสอนกับอาจารย์ในหมวดบัญชี
6. นำชุดการสอนไปดำเนินการเก็บข้อมูล


แผนภูมิแสดงวิธีการดำเนินการวิจัย

ข้อเสนอแนะ

1. ก่อนการเรียนด้วยชุดการสอนฯควรแนะนำชี้แจงให้ทราบเกี่ยวกับความสำคัญ สาเหตุขอบการจัดทำวิจัย
2. การเรียนด้วยชุดการสอน ควรแจกวิธีการศึกษาให้นักเรียนและร่วมทำความเข้าใจร่วมกันก่อน
3. การทดสอบระหว่างเรียน ควรทำการสอบพร้อมกันทั้งนักเรียนที่ใช้ชุดการสอนและนักเรียนที่เรียนแบบปกติ